ร้านอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร สูตรอาหาร สถานที่พิเศษ อาหารดีต่อสุขภาพ ร้านอาหาร ข้อมูลร้านอาหาร กินและดื่มที่กรุงเทพ ค้นพบเมนูอาหาร รีวิวอาหาร Blog Foody

ประโยชน์ของเงาะ ผลไม้เมืองร้อน ที่มีดีมากกว่าความอร่อย

แค็ตตาล็อก
  1. มาทำความรู้จักเงาะกันอีกสักนิด
  2. พันธุ์เงาะยอดนิยม
  3. ลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์ของเงาะ
  4. คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ มีอะไรบ้างนะ ?
  5. ประโยชน์ของเงาะ สรรพคุณดีงามที่คุณคู่ควร
  6. 1. มีสารอาหารอุดมสมบูรณ์
  7. 2. ดับร้อนให้ร่างกาย
  8. 3. มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ แก้ท้องร่วง ท้องเสีย
  9. 4. ลดการอักเสบของช่องปาก
  10. 5. บรรเทาอาการป่วย
  11. 6. ขับของเสียออกจากไต
  12. 7.  มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  13. 8.  ไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ท้องผูก
  14. 9. เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน
  15. 10. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  16. 11. บำรุงผิวพรรณ
  17. 12. ดูแลเส้นผม
  18. 13. ประกอบเป็นอาหาร
  19. 14. ใช้ย้อมสีผ้า
  20. โทษของเงาะ กินมากเกินไปก็ต้องระวัง
  21. วิธีเลือกซื้อเงาะ

Th.Anuong24h.info – เงาะ ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่หลาย ๆ คนโปรดปราน แต่นอกจากความอร่อยแล้ว เงาะยังมีประโยชน์และสรรพคุณมากมายที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึงซ่อนอยู่ด้วย

เงาะ ผลไม้เมืองร้อน เปลือกขนสีแดง รสหวานฉ่ำอมเปรี้ยวนิด ๆ ที่ไม่ว่าใครกินก็ต้องติดใจ ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีประโยชน์ดี ๆ สรรพคุณเด็ด ๆ ซ่อนอยู่มาก แถมยังหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง และมีคุณค่าทางโภชนาการอาหารแบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผลไม้เลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีคนรู้ถึงเรื่องราวดี ๆ ของเงาะมากนัก ดังนั้นวันนี้เราจึงนำเรื่องราวและประโยชน์ของเงาะมาฝากกันค่ะ

มาทำความรู้จักเงาะกันอีกสักนิด

เงาะ ภาษาอังกฤษคือ Rambutan มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Nephelium lappaceum Linn.จัดเป็นผลไม้ตระกูล Spindaceae มีเปลือกสีเขียวหรือแดงตามความอ่อนแก่ มีเนื้อสีขาว และมีเมล็ดข้างในเนื้อ รสชาติของเนื้อเงาะจะหวานฉ่ำ แอบเปรี้ยวนิด ๆ กินแล้วชื่นใจ ซึ่งเงาะถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เพราะสามารถแปรรูปและส่งออกได้มากมาย ทั้งเงาะกระป๋อง เงาะกวน เงาะแช่อิ่ม และไวน์เงาะ

พันธุ์เงาะยอดนิยม

เงาะมีมากมายหลายสายพันธุ์แต่พันธุ์ที่นิยมมีเพียง 3 พันธุ์คือ  เงาะโรงเรียน เงาะสีชมพู และเงาะสีทอง เพราะเงาะสายพันธุ์เหล่านี้เจริญเติบโตง่ายจึงเป็นพันธุ์ที่ชาวสวนเลือกปลูกเพื่อนำมาขายนั่นเองค่ะ

ลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์ของเงาะ

ลำต้น : เป็นไม้ขนาดกลาง สูงประมาณ 10-15 เมตร แต่ถ้าปลูกตามสวนเกษตรจะสูงแค่ประมาณ 4-8 เมตรเท่านั้น เพราะเป็นการปลูกโดยการเสียบยอดหรือตอนกิ่งแทนการปลูกด้วยเมล็ด จึงไม่สูงมากนัก ลำต้นของเงาะเป็นไม้เนื้อแข็งมีเปลือกสีเทาอมน้ำตาล ดูเป็นพุ่มหนาทึบ เพราะแตกกิ่งจำนวนมาก โดยกิ่งจะมีสีน้ำตาลอมแดง ขนาดเล็ก ทำให้เปราะหักได้ง่าย

ใบ : เป็นใบประกอบ ขนาด 4×15 เซนติเมตร ทรงไข่กลับหัว เรียบทั้งแผ่นและขอบ ปลายแหลม ไม่มีขน มีเส้นใบ 8-10 คู่ เรียงสลับกันบนก้าน ซึ่งมีขนาดยาว 15-20 เซนติเมตร โดยใบที่อยู่ด้านบนจะมีสีเขียวอมน้ำตาล ส่วนใบที่อยู่ด้านล่างจะมีสีอ่อนกว่า

ดอก : เป็นช่อ แทงออกจากปลายกิ่งหรือบริเวณตาใกล้ส่วนปลายกิ่ง (ในกรณีที่ปลายกิ่งถูกตัดออกไป) ช่อดอกจะมีสีน้ำตาลในช่วงแรก และจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนเมื่อโตขึ้น แต่ละช่อจะยาวประมาณ 25 เซนติเมตร กว้างประมาณ 20 เซนติเมตร และมีดอกประมาณ 1,450 ดอก แต่จะติดเป็นผลได้ไม่ถึง 1% โดยดอกแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ ดอกเพศผู้ ดอกกระเทยเพศเมีย และดอกกระเทยเพศผู้

y2

ผลและเมล็ด : เงาะมีลักษณะและสีต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นทรงรี มีเปลือกสีเขียว (ผลอ่อน) และสีแดง (ผลแก่) มีเส้นขนอยู่บนเปลือกด้วย เนื้อของเงาะจะมีสีขาวหรือบางพันธุ์ก็ขาวอมชมพู แยกออกจากเปลือกได้ง่าย ส่วนเมล็ดของเงาะจะเป็นทรงรี รูปไข่ มีเปลืองสีน้ำตาลบาง ๆ หุ้ม ซึ่งเงาะบางพันธุ์เนื้อกับเมล็ดจะติดกัน ทำให้แยกออกได้ยาก แต่บางพันธุ์ก็ไม่ติดกัน ซึ่งจะแยกออกได้ง่าย

คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ มีอะไรบ้างนะ ?

USDA Nutrient database ของกระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของเงาะ 100 กรัมไว้ดังนี้

  • พลังงาน 82 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 20.87 กรัม
  • เส้นใย 0.21 กรัม
  • ไขมัน 0.65 กรัม
  • โปรตีน 2.5 กรัม
  • วิตามินบี1   0.013 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2   0.022 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3   1.352 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6   0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี9   8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 22 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.35 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมกนีเซียม 7 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมงกานีส 0.343 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม
  • ธาตุโพแทสเซียม 42 มิลลิกรัม
  • ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม

y3

ประโยชน์ของเงาะ สรรพคุณดีงามที่คุณคู่ควร

1. มีสารอาหารอุดมสมบูรณ์

เงาะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายเลยค่ะ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม แทนนิน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินบี 3 แถมยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย เรียกได้ว่ากินเงาะอย่างเดียวก็ได้รับสารอาหารเกือบครบถ้วนแล้ว

2. ดับร้อนให้ร่างกาย

เนื้อในของเงาะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก าทานแล้วจะช่วยดับร้อน สร้างความเย็นฉ่ำให้กับร่างกาย อีกทั้งน้ำตาลที่สร้างความหวานฉ่ำให้กับเงาะยังช่วยเติมความสดชื่นให้กับตัวเราด้วยนะ

3. มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ แก้ท้องร่วง ท้องเสีย

เงาะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ในร่างกายได้ ดังนั้นการกินเงาะจึงช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องท้อง อันเป็นสาเหตุของโรคบิด ท้องเสีย และท้องร่วงได้ดีทีเดียวค่ะ

4. ลดการอักเสบของช่องปาก

นำเนื้อเงาะไปต้ม แล้วนำน้ำมาดื่มเป็นยาแก้อักเสบก็ช่วยลดการอักเสบของช่องปากได้ด้วยนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่าเงาะมีฤทธิ์ที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ จึงทำให้ช่องปากเราอักเสบน้อยลงนั่นเอง

y5

5. บรรเทาอาการป่วย

การกินเงาะช่วยบรรเทาอาหารป่วยได้หลากหลาย เช่น ถ้าปวดหัว ให้นำใบเงาะมาวางไว้ที่บริเวณขมับ จะช่วยให้สมองผ่อนคลายและลดอาการปวดหัวได้มากขึ้น ถ้าเจ็บคอให้นำเปลือกเงาะมาต้มแล้วดื่มเพื่อรักษาอาการเจ็บคอ หรือถ้าเป็นไข้ ให้นำรากของเงาะมาต้มแล้วดื่มเพื่อลดไข้ได้ค่ะ

6. ขับของเสียออกจากไต

เนื่องจากในเงาะมีสารฟอสฟอรัสประกอบอยู่ ซึ่งสารฟอสฟอรัสเป็นสารที่ช่วยขับให้ของเสียออกไปจากไตได้ ดังนั้นการกินเงาะจึงช่วยให้ไตขับของเสียออกไปง่ายขึ้น โดยไม่ต้องทำงานหนักมาก นอกจากนั้นสารฟอสฟอรัสในเงาะยังช่วยซ่อมแซมและบำรุงเนื้อเยื้อและเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายของเราได้อีกด้วย การกินเงาะจึงช่วยร่างกายเรารู้สึกแข็งแรงเพิ่มขึ้นได้นั่นเองค่ะ

7.  มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

เปลือกของเงาะมีกรดแกลลิกที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลงได้

8.  ไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ท้องผูก

ในเงาะมีไฟเบอร์และน้ำในปริมาณมาก จึงช่วยให้ลำไส้ย่อยอาหารต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ระบบขับถ่ายก็จะดีตามไปด้วย ทีนี้ก็หมดกังวลเรื่องอาการท้องผูกไปได้ แถมไฟเบอร์และน้ำในเงาะยังทำให้เราอิ่มนานขึ้น และช่วยให้ไม่หิวบ่อย คนที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่สามารถทานเงาะเพื่อให้อยู่ท้องได้ แต่ควรทานในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้นนะคะ คือไม่เกิน 1 ส่วน หรือประมาณ 5-6 ผล เพราะในเงาะมีน้ำตาลสูง ถ้ามากไปก็จะทำให้อ้วนได้เหมือนกัน

y1

9. เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน

เงาะมีทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน ดังนั้นเมื่อเรากินเงาะก็ถือเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟันได้ด้วยค่ะ

10. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

เห็นเงาะผลเล็ก ๆ แบบนี้แต่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งรู้กันดีว่าวิตามินซีคือสารอาหารสำคัญที่ช่วยสร้างเกราะคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง จึงช่วยป้องกันไข้หวัด เลือดออกตามไรฟันได้ ยิ่งมาผนวกกับธาตุเหล็กและทองแดงที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในเงาะ ก็ยิ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแบบคูณสอง เพราะเหล็กและทองแดงจะช่วยสร้างและรักษาสมดุลของเซลล์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงและหลอดเลือดด้วยค่ะ

11. บำรุงผิวพรรณ

รู้หรือไม่ว่าเงาะสามารถทำให้ผิวของเราดูนุ่ม อ่อนโยน และชุ่มชิ้นได้ด้วยนะคะ เนื่องจากในเงาะมีสารต้านอนุมูลอิสระและน้ำประกอบอยู่มาก จึงช่วยป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเราได้ นอกจากนี้เรายังสามารถนำเมล็ดเงาะมาบดทำเป็นสครับขัดผิวให้นุ่ม แลดูสุขภาพดีได้

12. ดูแลเส้นผม

นอกจากจะช่วยบำรุงผิวกายแล้ว เงาะยังสามารถบำรุงเส้นผมของเราได้อีกด้วยค่ะ ลองนำใบเงาะมาขยี้ แล้วเติมน้ำลงไปพอประมาณ จากนั้นให้คั้นเอาน้ำออก เสร็จแล้วก็สามารถนำน้ำจากใบเงาะมาชโลมบริเวณหนังศีรษะและเส้นผมได้เลย วิธีนี้จะช่วยให้รากผมแข็งแรงและเส้นผมยาวเร็วมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้เห็นผลดีควรทำแบบนี้เป็นประจำนะคะ

13. ประกอบเป็นอาหาร

แน่นอนว่าเงาะเป็นผลไม้ที่กินแค่เนื้อเฉย ๆ ก็อร่อยแล้ว แต่ถ้าใครอยากลองกินแบบเย็น ๆ โดยแกะเนื้อเงาะแช่ตู้เย็นก่อนแล้วค่อยนำมากิน ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะเงาะยังสามารถนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าและความอร่อยได้อีกมากมาย ทั้งเงาะกระป๋อง เงาะกวน เงาะแช่อิ่ม และแยมเงาะ นอกจากนี้เงาะยังสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร เช่น  ผัดเปรี้ยวหวาน แกงเผ็ด และต้มจืดเงาะได้ด้วย

14. ใช้ย้อมสีผ้า

หากอยากมีผ้าสีแดงหรือชมพูจากธรรมชาติ สามารถใช้เปลือกเงาะเป็นตัวช่วยได้นะคะ วิธีทำก็ง่าย ๆ ให้นำเปลือกเงาะประมาณ 1 ถ้วยกับน้ำเปล่าประมาณ 2 เท่าของเงาะ เทลงในหม้อแล้วต้มประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วพักให้สีเย็นสักครู่ จากนั้นก็เทสีใส่ในภาชนะที่จะใช้ย้อม แล้วให้นำผ้าที่ล้างน้ำเย็นแล้วมาจุ่มจนได้สีที่ต้องการได้เลย แค่นี้เราก็จะมีผ้าย้อมสีแบบธรรมชาติกันแล้วค่ะ

โทษของเงาะ กินมากเกินไปก็ต้องระวัง

เงาะเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะทานเงาะ และในเงาะยังมีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ซึ่งถ้าเราได้รับมากเกินไป อาจทำให้ท้องอืดหรือท้องผูกได้

นอกจากนั้นเมล็ดของเงาะก็ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องระวังด้วยค่ะ เพราะเมล็ดของเงาะมีพิษที่ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ ถึงแม้จะทำให้สุกแล้ว แต่ก็ยังอันตรายอยู่ดี ฉะนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการทานเมล็ดเงาะ และรับประทานเนื้อเงาะในปริมาณพอเหมาะจะดีที่สุดค่ะ

วิธีเลือกซื้อเงาะ

การเลือกซื้อเงาะสามารถสังเกตดูได้จากเปลือกค่ะ เราควรเลือกเปลือกที่มีสีสดและขนที่ดูแข็งแรง ไม่แห้งดำ เงาะที่ดีควรมีขนาดพอ ๆ กัน และไม่ควรมีรอยช้ำ ซึ่งอาจหมายถึงเนื้อข้างในเสียหายหรือสุกเกินไปค่ะ

เชื่อว่าพออ่านจบแล้ว หลาย ๆ คนต้องอยากไปหาเงาะซื้อเงาะมากินบ้างแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมนะคะ ว่าถึงเงาะจะมีประโยชน์มากมาย แต่กินมากไปก็เป็นโทษได้ ดังนั้นจึงควรกินแบบพอดีคือประมาณ 5-6 ผลต่อวันเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดค่ะ 

Readmore:

5 (100%) 1 vote
1

No Responses

Write a response